น้ำมันเมล็ดทานตะวัน หมายเลข CAS: 8001-21-6
คุณสมบัติทางกายภาพ


1.แหล่งที่มา :
น้ำมันเมล็ดทานตะวันสกัดจากเมล็ดของดอกทานตะวัน (Helianthus annuus)
โดยส่วนใหญ่ได้มาจากการบีบเย็นหรือวิธีการสกัดด้วยตัวทำละลาย
2. ส่วนประกอบ :
น้ำมันเมล็ดทานตะวันส่วนใหญ่ประกอบด้วยกรดลิโนเลอิก (กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน) และกรดโอเลอิก (กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว)
อุดมไปด้วยวิตามินอี วิตามินเอ วิตามินดี และวิตามินเค เป็นต้น
ประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น โทโคฟีรอลและแคโรทีนอยด์
การทำงาน
-ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว :
1. น้ำมันเมล็ดทานตะวันอุดมไปด้วยกรดลิโนเลอิกและวิตามินอี ซึ่งสามารถให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวอย่างล้ำลึกและป้องกันความแห้งกร้านและหยาบกร้านได้
2. ช่วยรักษาเกราะป้องกันความชุ่มชื้นของผิวและเสริมความสามารถในการกักเก็บความชุ่มชื้นของผิว
-สารต้านอนุมูลอิสระและช่วยชะลอวัย :
1. วิตามินอีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถปกป้องเซลล์ผิวจากความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระและช่วยชะลอความแก่ของผิว
2. ช่วยลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ และริ้วรอยเหี่ยวย่น พร้อมทั้งปรับสภาพผิวให้ดีขึ้น
-ต้านการอักเสบและซ่อมแซมเนื้อเยื่อ :
1. น้ำมันเมล็ดทานตะวันมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ช่วยบรรเทาอาการอักเสบและระคายเคืองของผิวหนัง และส่งเสริมการซ่อมแซมผิว
2. เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่ายและผิวที่มีอาการอักเสบ
-ช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันผิวให้ดีขึ้น :
1.น้ำมันเมล็ดทานตะวันสามารถเสริมสร้างเกราะป้องกันผิวและป้องกันการสูญเสียความชุ่มชื้นได้
-ช่วยลดสิวและควบคุมความมัน :
1. กรดลิโนเลอิกในน้ำมันเมล็ดทานตะวันช่วยควบคุมการหลั่งน้ำมันและลดการเกิดสิว
2. คุณสมบัติในการต้านเชื้อแบคทีเรียสามารถป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียและลดการเกิดสิวได้
แอปพลิเคชัน
1. การดูแลผิว: มีการใช้กันอย่างแพร่หลายในผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เช่น ครีม โลชั่น เอสเซนส์ เป็นต้น เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผิวแห้งและผิวบอบบาง สามารถใช้เป็นน้ำมันพื้นฐานในน้ำมันนวดและผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกายได้
2. ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม: ใช้ในครีมนวดผมและน้ำมันบำรุงผม เพื่อช่วยให้ความชุ่มชื้นและซ่อมแซมผมแห้งเสีย
3. ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเด็ก: มักใช้ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเด็ก เนื่องจากมีคุณสมบัติอ่อนโยนและให้ความชุ่มชื้น ช่วยปกป้องและบำรุงผิวบอบบางของทารก



